สาละวินแผ่นดินพ่อ

ในขณะที่หลายคนกำลังต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเรียกร้องสิทธิของตน แต่พวกเขาไม่เคยต่อสู้เรียกร้องสิทธิใดๆ  “ตชด.” ตำรวจตระเวนชายแดน หากจะขยายความก็คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ลาดตระเวนตามแนวชายแดนหรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า ตะเข็บชายแดน หลายคนอาจไม่เคยเห็นไม่เคยสัมผัสชีวิตของพวกเขา นอกจากดูตามสื่อต่างๆ โดยเฉพาะทีวีช่วงข่าวในพระราชสำนัก ทุกครั้งที่สมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยม รร.ตชด. หรือหน่วยแพทย์พระราชทานเคลื่อนที่ จะปรากฏตามหน้าจอทีวีหรือตามสื่อต่างๆ ให้ได้เห็นได้ดูได้ชม

ผู้เขียนรู้จัก ตชด. ตัวเป็นๆ เมื่อปี 2555 หลังจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ช่วงปีใหม่และหลังปีใหม่น้ำก็ท่วมอยู่ ช่วงนั้นสื่อสังคมออนไลน์เบ่งบานมาก ผู้คนสนใจสังคมออนไลน์ ร่วมแบ่งปันกันยกใหญ่ เป็นช่วงพีคของสื่อสังคมออนไลน์ก็ใช่ เพราะเข้าถึงง่าย ติดต่อสื่อสารกันได้ง่าย แลกเปลี่ยน แบ่งปันข้อมูลข่าวสารได้ง่าย โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐ องค์กรการกุศลต่างๆ อาสาสมัครให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้เขียนก็เช่นกันช่วงนั้นใช้สื่อสังคมออนไลน์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ อัพเดทข้อมูลข่าวสารเป็นสื่อหลัก ทำให้มีโอกาสได้รู้จัก ตชด. ท่านหนึ่ง รอง ผบ.ตชด. 337 อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ปลายหนาวต้นร้อน สิ้นสุดไฮซีซั่นการท่องเที่ยวภาคเหนือประมาณนั้น แต่อากาศยังดี บรรยากาศกลิ่นไอเมืองสามหมอกยังโอเค ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ถึงต้นเดือนมีนาคม

 

อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

ต้นปี 2555 ทำวิจัยร่วมกับอาจารย์นิด้า มีโอกาสได้สัมภาษณ์ซีอีโอและผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานรัฐ งานนี้เป็นแรงบันดาลให้มีโอกาสได้รู้จักท่าน รอง ผบ.ตชด.337 ช่วงนั้นท่านชวนขึ้นเหนือไป อ.แม่สะเรียง มีหน่วยแพทย์พระราชทานเคลื่อนที่ของสมเด็จพระเทพฯ ท่านถามว่าอยากมามั๊ยจะอำนวยความสะดวกให้ อาศัยอำนาจบารมีท่านประสานงานติดต่อฝากให้ไปกับทีมงานของ อบต.แม่คง ร่วมคณะไปกับรองนายก อบต.แม่คง กำนัน ต.แม่คง นายก อบต.โพซอ อาสาสมัครป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแม่สะเรียง และสาธารณสุข อ.แม่สะเรียง ช่วงขึ้นเขาขวามือจะเห็นแผงโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ ถัดจากนั้นขึ้นไปจะเป็นภูเขาสูงลัดเลาะไปตามไหล่เขา สวยงามมากมองลงมาด้านล่างหรือมองด้านหลังของรถที่กำลังแล่นไป หัวใจหวิวๆ ใจหนึ่งก็อยากกลับ ใจหนึ่งก็อยากไป แต่ใจที่อยากไปชนะทุกสิ่ง

ตชด.337 แม่สะเรียง

 ไปแม่สะเรียงก็ต้องเอ่ยถึงลุ่มน้ำสาละวินลุ่มน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ธรรมชาติบริสุทธิ์งดงาม ปลายปี 2555 ผู้เขียนมีโอกาสกลับไปเที่ยวแม่สะเรียงอีกครั้ง อากาศดี เงียบสงบ บ่าย 4 โมงกว่าๆ เกือบ 5 โมง นั่งรถไปตามทางคดเคี้ยวเลียบคลองชลประทาน ออกจากตัวอำเภอมุ่งสู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติสาละวิน
 

ที่ทำการอุทยานแห่งชาติสาละวิน

เจ้าหน้าที่อุทยาน 2 ท่าน ยังทำหน้าที่ประจำการอยู่แม้จะไม่ใช่เวลาราชการ ให้การต้อนรับดี พูดคุยเป็นกันเอง ปกติจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยี่ยมชมไม่ขาดสาย มีบริการล่องเรือแม่น้ำสาละวินแต่ต้องไปตั้งแต่ตีห้า เพื่อเดินทางกลับภายในวันเดียวกัน ท่านใดสนใจติดต่อสอบถามที่ทำการอุทยานแห่งชาติสาละวิน ในวันและเวลาราชการ

คำขวัญของอุทยานแห่งชาติสาละวิน

ผู้เขียนไป อ.แม่สะเรียงแต่ละครั้งจะเก็บความประทับใจไว้ด้วยการสรรหาเพลงมาฟังมาดู มีหลายเพลงถ่ายทอดเรื่องราวของ อ.แม่สะเรียง ผู้คนลุ่มน้ำสาละวิน อย่างเพลงนี้ผู้เขียนฟังบ่อยมาก และชอบมากกับน้ำเสียงใสๆ จริงใจ มีพลัง ของเด็กนักเรียนคนป่าคนดอย “อาทิตย์อัสดงคล้อยลับลงหลังภูเขา ความมืดเข้ามาเป็นเงา ลมหนาวเย็นกระซิบผิวกาย บ้านอยู่ชายแดน สาละวินบ้านหนูอยู่ไกล นั่งมองดาวน้ำตาใสๆ อาบแก้มไหลลงทุกวัน...” เพลงสาละวินแผ่นดินพ่อ ขับร้องโดย ด.ญ. ศิรินยา พิกุลแก้ว วงเสียงสาละวิน บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ติดตามรับชมรับฟังได้ใน youtube

 

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสาละวิน

ขากลับจากที่ทำการอุทยานฯ เวลาพลบค่ำอาทิตย์อัสดง ทุ่งนาข้าวรวงทอง เหลืองอร่าม งดงามมาก บรรยากาศสบายๆ เย็นตาเย็นใจ ผ่อนคลาย สงบเยือกเย็น ทิวเขาอยู่ไกลออกไป นาข้าวสุดลูกหูลูกตา สัมผัสสายลมเย็นๆ เปิดกระจกรถสัมผัสลมหนาวอ่อนๆ เสียงเพลงลูกทุ่งเพราะๆ บรรยากาศบ้านๆ ลูกทุ่งกลิ่นโคลนสาบควาย อะไรทำนองนั้น

นาข้าว อ.แม่สะเรียง

นั่งรถมาอีกนิดถนนเลียบคลองชลประทาน  เห็นเด็กเล็กเด็กน้อยเล่นน้ำลอยคอ นึกถึงชีวิตวัยเด็ก กระท่อมปลายนา คลองน้ำเล็กๆ หน้าแล้งเป็นทางเดิน หน้าฝนมีน้ำเจิ่งเป็นที่หาปูหาปลา ผู้เขียนชอบหอบตำราเรียนไปนอนเล่นนอนอ่านเป็นประจำ สมัยนั้นพี่ชายคนโตยังมีชีวิตอยู่ เราเป็นเด็ก พี่ชายไปหาปูหาปลาแล้วก็กลับมานั่งเฝ้าที่กระท่อม เรามักจะเผลอหลับบ่อยๆ น่าเสียดายที่เดี๋ยวนี้ อบต. ถมคลองเล็กๆ นั้นให้เป็นถนนลูกรัง สายไฟฟ้าแรงสูงจากเขื่อน สปป.ลาว พาดผ่านบริเวณนั้น ทำให้วิถีชีวิตดั้งเดิมเปลี่ยนไป

คลองชลประทาน อ.แม่สะเรียง

รุ่งขึ้นเดินทางต่อไป จ.เชียงใหม่ ตลอดสองข้างทางจะเห็นทุ่งดอกบัวตอง ที่เลื่องชื่อลือนามก็คือดอยแม่เหาะ ห่างจากอำเภอแม่สะเรียงประมาณ 16 กิโลเมตร อยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 หลักกิโลเมตรที่ 84 ต้นเดือนพฤศจิกายน ยังออกไม่เต็มที่ นักท่องเที่ยวยังไม่คึกคัก ต้องประมาณปลายเดือนถึงต้นเดือนมกราคม ถัดจากดอยแม่เหาะ ตลอดเส้นทาง 108 จะพบเห็นทุ่งบัวตองเป็นระยะๆ หากจะมองหาร้านกาแฟหอมกรุ่น ขนมปังอร่อยๆ หรือของที่ระลึก มักจะหาไม่เจอ แทบจะไม่มีเลย ต้องบริการตนเองเตรียมพร้อมติดไม้ติดมือไปตั้งแต่
ในตัวอำเภอแม่สะเรียง

ทุ่งดอกบัวตองริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108

ทุ่งดอกบัวตองบางแห่งอยู่ด้านหน้าสำนักงาน อบต. ช่วงนั้นการเมืองค่อนข้างคุกรุ่น กลิ่นไอปรองดอง สิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียมกำลังแผ่ขยายไปทุกอณู ผู้เขียนสะดุดตาสะดุดใจกับดอกดาวเรืองสายพันธุ์หนึ่ง กลีบดอกด้านในจะเป็นสีเหลือง กลีบดอกด้านนอกจะเป็นสีส้มและสีแดง ออกดอกจะเริ่มที่กลีบสีแดงก่อน ตามด้วยกลีบดอกสีส้มและสีเหลืองตามลำดับ ผู้เขียนเรียกว่า “ดอกปรองดอง”

 

ป.บอกต่อ