วิธีดูแลสายตา หากเกิดอาการเมื่อยล้าจากการใช้คอมพิวเตอร์นาน ๆ

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดวงตาของเราถูกทำลายก่อนเวลาอันควรนั้น ในปัจจุบันมีมากมายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแสงอาทิตย์ที่ร้อนแรงขึ้นทุกวัน แสงจากไฟฟ้าในบ้านพัก หรือในสำนักงาน แสงจากจอคอมพิวเตอร์โทรทัศน์ แทปเลต หรือมือถือ (ซึ่งเชื่อว่าเกือบทุกคนปิดไฟเล่นก่อนนอนกันทั้งนั้น) และหากดวงตาของเราต้องเผชิญกับสภาวะแสงดังกล่าว มาเป็นเวลานานๆแล้วไม่มีการบำรุง ดูแล หรือถนอมดวงตาของเราเองแล้วล่ะก็ เตรียมตัวเข้าสู่โลกมืดกันได้เลย 

ที่เกริ่นมาข้างต้น ถึงแม้จะดูน่ากลัว แต่มันคือเรื่องจริง บางคนว่าเอ๊ะ!! ถึงกับตาบอดเลยเหรอ?   ขอตอบเลยว่าใช่ บอดแน่นอนถ้าหากยังคงละเลย ถ้าอย่างนั้นมาดูกันเลยว่า วิธีดูแลสายตาให้อยู่รอดปลอดภัยจนสิ้นอายุขัยไปพร้อมกับร่างกาย มีวิธีใดบ้าง

1. การจัดวางโต๊ะคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในที่ที่เหมาะสม คือ ไม่ควรหันหน้าจอคอมมาทางด้านที่มีแสงสะท้อน อย่างเช่นเราไม่ควรนั่งหันหลังให้หน้าต่าง เพราะแสงสว่างที่ลอดผ่านเข้ามาจะสะท้อนกับหน้าจอคอมพิวเตอร์เข้าดวงตาเต็มๆ หรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะอยู่ในสำนักงาน ก็ควรใช้ม่านบังตาเข้าช่วยอีกแรง หรือจัดหันโต๊ะคอมโดยเอาด้านข้างติดขอบหน้าต่างก็พอได้อยู่ จัดวาง CPU ทางฝั่งหน้าต่าง และอาจใช้ปฏิทินตั้งโต๊ะวางบน CPU เพื่อบรรเทาแสง ก็ไม่น่าเกลียด

2. ควรปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับสภาพตาของเรา ปรับขนาดแสง ความสว่าง ความคมชัด และขนาด Front ที่ใช้งาน ให้มองดูแล้วสบายตาไม่ต้องถึงกับเพ่ง

3. ติดฟิล์มกรองแสงไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือใส่แว่นตาลดแสงสะท้อน ซึ่งมีจำหน่ายและหาซื้อได้ง่าย

4. พักสายตาบ้าง หากนั่งอยู่หน้าจอคอมฯเกินสองชั่วโมง ควรลุกไปหยิบน้ำดื่ม หรือทำเป็นเข้าห้องน้ำบ้างเพื่อยืดเส้นยืดสาย และถือโอกาสพักสายตาด้วย ซึ่งขณะเดินไปดื่มน้ำก็ควรบริหารสายตาไปด้วย เช่น กระพริบตาถี่ๆ หรือกลอกตาเป็นวงกลม สลับซ้าย-ขวา (ขณะบริหารสายตาก็ควรอยู่ในห้องน้ำ หรือที่ลับตาคนหน่อยล่ะกัน เดี๋ยวเพื่อนร่วมงานจะเกิดการเข้าใจผิด คิดว่าเราเพี้ยน) 

5. รับประทานอาหาร ผัก ผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสายตา เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ชนิดต่างๆ ที่มีคุณสมบัติเด่นในการช่วยถนอมสายตา สารแอนไธไซยานิดินในผลบิลเบอร์รี่จะช่วยให้สายตาทำงานดีขึ้นในที่มืดและปรับสายตาให้มีความไวในที่มีแสงน้อยๆ บิลเบอร์รี่มีผลสีน้ำเงินอมม่วงซึ่งเต็มไปด้วยสารแอนไธไซยาโนไซด์ และสารไบโอฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีฤทธิ์เป็นตัวต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยป้องกันเลนส์รับภาพ และจอรับภาพของดวงตา ซึ่งการขาดสารอาหารที่ว่านี้ เป็นสาเหตุให้ดวงตาเกิดการขุ่นมัว และกลายเป็นต้อกระจก ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ยังมีวิตามินซี วิตามินอี  และเบต้าแคโรทีน ซึ่งล้วนดีต่อดวงตาของเราทั้งสิ้น  

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันได้มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสายตาออกมาอย่างแพร่หลาย ซึ่งรวมถึงบิลเบอร์รี่สกัดเข้มข้นด้วย หรือจะเป็นผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่สกัดเข้มข้น ซึ่งมีจำหน่ายและหาซื้อมาบริโภคได้ง่ายๆ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีในการดูแลสายตาของเราเช่นกัน 

 

บทความ โดย  รุ่งอรุณ