ขิงยี่งแก่ยิ่งดี มากสรรพคุณ

ถ้าเอ่ยถึงขิง หลายคนคงนึกออก เพราะมักจะเห็นบนจาน ในชามโจ๊ก มีกลิ่นหอม ดับกลิ่นคาว และนึกถึงต้นขิงที่มีลักษณะเหมือนกอข่า หัวหรือเหง้าอยู่ใต้ดิน ปลูกได้ง่ายตามพื้นดินที่มีความชื้นทั่วไป เป็นพืชผักสวนครัวที่มักจะมีแทบทุกบ้าน หรือนึกถึงละครขิงก็ราข่าก็แรง ที่พระนางเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน พ่อแง่แม่งอน

 

 

ภาพจาก http://medthai.com

ขิงมีชื่อสามัญว่า  Ginger ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zingiber officinale Roscoe และจัดอยู่ในวงศ์ Zingiberaceae

การเรียกชื่อตามแต่ละท้องถิ่น เช่น ขิงบ้าน ขิงแครง ขิงแดง (จันทบุรี) ขิงแกลง ขิงเผือก (เชียงใหม่) ขิงดอกเดียว (ภาคกลาง) สะเอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) และเกีย (จีนแต้จิ๋ว)

 

 ภาพจาก http://puechkaset.com

ขิงเป็นพืชล้มลุก แตกเป็นกอ มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นสูงประมาณ 1 เมตร เหง้าขิงมีเนื้อสีนวล ถ้าแก่จัดเนื้อจะออกสีเหลืองอ่อนๆ เป็นพืชใบเดี่ยว มีดอกสีขาวออกรวมกันเป็นรูปช่อหรือกระปอง ดอกมีลักษณะคล้ายดอกกระเจียวหรือดอกปทุมมา ปลูกโดยการแตกหน่อ เติบโตได้ดีในที่ชื้นระบายน้ำ ขยายพันธุ์โดยการใช้เหง้า ปัจจุบันปลูกมากในประเทศอินเดีย ญี่ปุ่น จีน เกาหลี  และประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

  

ภาพจาก http://puechkaset.com

สรรพคุณทางยา ขิงได้รับความนิยมมานานแต่ครั้งโบราณกาล มีสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายหลายชนิด เช่น โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม วิตามินเอ เป็นต้น นอกจากนี้ขิงยังเป็นพืชสมุนไพรป้องกันและรักษาโรค ขิงมีฤทธิ์อุ่น ชาวจีนและชาวญี่ปุ่นนิยมดื่มเพื่อปรับสมดุลในร่างกายและรักษาโรคหวัด ในภาวะที่ร่างกายสัมผัสอากาศร้อนหรือหนาวจนเกินไป

 

 

ภาพจาก www.thaikasetsart.com

ในทางยานิยมใช้ขิงแก่ ยิ่งแก่จัดยิ่งดี มีฤทธิ์เป็นยาแก้ปวด เหมาะสำหรับคนอายุ 40 ปีขึ้นไป มักมีปัญหาปวดข้อ ข้อเข่าเสื่อม ปวดตามข้อ เคลื่อนไหวลำบาก สูญเสียการทรงตัว ขิงช่วยยับยั้งอาการเจ็บปวด ข้ออักเสบ กล้ามเนื้ออักเสบ ช่วยให้อาการปวดหายเร็วขึ้น และเมื่ออายุมากขึ้นเข้าสู่วัยชรา อาการปวดตามข้อตามกระดูกก็ยิ่งมีมากขึ้น การดื่มน้ำขิงตั้งแต่ในช่วงวัยอายุ 40 ปี จึงช่วยป้องกันได้ นอกจากนี้ขิงยังมีสรรพคุณแก้ปวดประจำเดือนในสตรี ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล ช่วยชะลอความแก่และการเกิดริ้วรอย ผู้หญิงบางคนนิยมดื่มน้ำขิงผสมน้ำมะนาวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสมุนไพรคูณสอง และช่วยลดน้ำหนัก

 

 

 ภาพจาก http://kytebaby.com

สรรพคุณทางยาของขิงยังมีอีกมาก เช่น กะลาสีเรือชาวจีนโบราณจะเคี้ยวหัวขิงตอนออกทะเลเวลาเมาคลื่น สำหรับคนทั่วไปรับประทานขิงอ่อนหรือดื่มน้ำขิงเพื่อป้องกันการเกิดมะเร็ง ช่วยขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด แก้ไอ ขับเสมหะ แก้อาการเมารถ คลื่นไส้อาเจียนในผู้หญิงแพ้ท้อง และช่วยขับน้ำนมในผู้หญิงให้นมบุตร รักษาอาการมือเท้าเย็น เดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อน ดังนั้นขิงจึงเป็นสมุนไพรที่ออกฤทธิ์บำบัด ป้องกันและรักษาได้สารพัดโรค เป็นยาอายุวัฒนะ การได้รู้ถึงสรรพคุณทางยาของขิง ทำให้บริโภคขิงได้อย่างมั่นใจและอุ่นใจว่าที่รับประทานหรือดื่มเข้าไปนั้น จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและบำบัดรักษาโรคต่างๆ ได้จริง  

  

 

ภาพจาก www.thaiarcheep.com

 

ในทางโภชนาการ อาหารบางชนิดใช้ขิงปรุงอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวปลาและอาหารทะเล ชาวจีนมีความเชื่อว่าใช้ขิงปรุงอาหารจะแก้พิษจากหอยพิษได้ ในขณะที่ชาวญี่ปุ่นรับประทานขิงดองจนกลายเป็นอาหารประจำชาติไปเสียแล้ว คนญี่ปุ่นเชื่อว่าขิงดองมีฤทธิ์บำรุงหัวใจ ลดความดันเลือด และลดคอเลสเตอรอล

 

 

ภาพจาก www.thaikasetsart.com

ในส่วนของคนไทย นิยมนำขิงอ่อนมาหั่นเป็นฝอยในการประกอบอาหาร หั่นเป็นแว่นต้มรวมกับมันเทศ  หรือเป็นส่วนประกอบในขนมหวานบางอย่าง ได้ประโยชน์ทั้งเพิ่มรสชาติให้อาหาร ดับกลิ่นคาว และเป็นยาสมุนไพร บำรุงกำลัง

  

ภาพจาก www.cookpad.com

 ข้อควรระวัง หากรับประทานขิงหรือดื่มน้ำขิงมากจนเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ เนื่องจากขิงมีฤทธิ์ร้อน รับประทานมากเกินไปอาจจะเกิดอาการ

1.  เกิดภาวะแทรกซ้อนในหญิงตั้งครรภ์ได้ ต้องรับประทานหรือดื่มแค่พอประมาณ ไม่รับประทานหรือดื่มติดต่อกันเป็นเวลานาน

2.  เกิดแผลร้อนพุพองภายในปากได้ ถ้าอากาศร้อนมากๆ หรือรับประทานอาหารร้อนจัดที่มีขิงเป็นส่วนประกอบก็ควรระวัง รับประทานแค่พอประมาณ

3.  ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด อาการเลือดออกมากผิดปกติหรือกำลังใช้ยาละลายลิ่มเลือด ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานขิง

 

 ขอบคุณแหล่งข้อมูล:

           นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 22 ฉบับที่ 11 พฤศจิกายน 2541

          http://medthai.com

          http://puechkaset.com

          www.thaikasetsart.com

          http://kytebaby.com

          www.thaiarcheep.com

          www.cookpad.com

          www.doctor.or.th 

 

                                                                                                          ป. บอกต่อ